อาการโรคเบาหวานที่สังเกตได้ค่อนข้างชัดเจนจะเป็นอาการที่ร่างกายต้องทำในยามค่ำคืนบ่อยขึ้น หากสังเกตให้ดีจะพบว่าผู้ป่วยเบาหวานมีอาการปวดปัสสาวะบ่อยและถี่มากกว่าปกติทำให้ต้องลุก
ขึ้นมาเข้าห้องน้ำในเวลากลางคืนบ่อยๆ ทำให้รบกวนการนอนเพราะต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำหลายๆครั้งในแต่ละคืน อาการเบาหวาน (Diabetes Symptom) ที่เป็นผลต่อเนื่องจากการปัสสาวะบ่อยนั่นคือกระหายน้ำ คอแห้ง เนื่องจากร่างกายสูญเสียน้ำไปกับการปัสสาวะบ่อยทำให้ร่างกายต้องการน้ำกลับเข้าไปชดเชยน้ำส่วนที่เสียไปจากการปัสสาวะ
![]() | |
| ทดสอบระดับน้ำตาลในเลือด |
ขึ้นมาเข้าห้องน้ำในเวลากลางคืนบ่อยๆ ทำให้รบกวนการนอนเพราะต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำหลายๆครั้งในแต่ละคืน อาการเบาหวาน (Diabetes Symptom) ที่เป็นผลต่อเนื่องจากการปัสสาวะบ่อยนั่นคือกระหายน้ำ คอแห้ง เนื่องจากร่างกายสูญเสียน้ำไปกับการปัสสาวะบ่อยทำให้ร่างกายต้องการน้ำกลับเข้าไปชดเชยน้ำส่วนที่เสียไปจากการปัสสาวะ
อาการโรคเบาหวานที่สังเกตได้อีกอย่างคือร่างกายจะอ่อนเพลีย กินเก่งแต่ยังหิวบ่อยเนื่องจากร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้ แม้จะกินเก่งแต่น้ำหนักตัวไม่ได้เพิ่มขึ้นมีแต่น้ำหนักตัวจะลดลงและร่างกายผอมลงเพราะฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ที่เป็นตัวดึงน้ำตาลจากเลือดไปใช้เป็นพลังงานให้เซลล์ต่างๆทำงานได้ไม่เต็มที่หรือร่างกายขาดฮอร์โมนอินซูลินจึงทำให้มีน้ำตาลตกค้างอยู่ในเลือดมากกว่าปกติ ร่างกายจึงแก้ปัญหาด้วยการไปดึงโปรตีนและไขมันที่สะสมอยู่ตามเนื้อเยื่อต่างๆมาใช้แทนจึงทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียและน้ำหนักลดลงของผู้ป่วยเบาหวานทั้งที่กินอาหารเก่งและกินบ่อย
ผู้ป่วยที่มีอาการโรคเบาหวานอาจไม่รู้สึกตัวแต่คนรอบข้างหรือคนที่อยู่ใกล้ชิดอาจสังเกตเห็นได้จากสัญญาณเตือนตามอาการที่กล่าวมาข้างต้น อย่างไรก็ตามจะเป็นอันตรายเพิ่มขึ้นหากอาการเบาหวานไม่ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแต่กลับแฝงอยู่ในตัวผู้ป่วยเบาหวาน วิธีป้องกันที่ทำได้ไม่ยากคืออย่าประมาทหากคุณอายุเกิน 40 ปีแล้วแม้ว่าร่างกายจะไม่มีอาการโรคเบาหวานให้เห็นแต่ยังไงคุณต้องตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปี อย่างน้อยปีละครั้ง หากตรวจพบว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงซึ่งเป็นลักษณะอาการโรคเบาหวานให้รีบพบแพทย์เพื่อหาทางดูแลรักษาเพราะโรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) ยิ่งตรวจพบแต่เนิ่นๆจะสามารถควบคุมอาการของโรคเบาหวานได้ดีกว่าซึ่งจะเป็นผลดีกับตัวผู้ป่วยเอง
โรคเบาหวานมีอาการยังไง วิธีสังเกตุโรคเบาหวานมีอาการหลายรูปแบบและอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล อาการที่พบมากที่สุดของโรคเบาหวานได้แก่:
1. เกิดอาการกระหายน้ำมาก อาการเจ็บปวดท้องหรือคลื่นไส้ ร่วมกับการกระหายน้ำมาก ผู้ป่วยอาจต้องการดื่มน้ำมากขึ้นและเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น
2. รู้สึกหิวมากและกินมากขึ้น ผู้ป่วยอาจรู้สึกหิวมากขึ้น และมีการบริโภคอาหารมากขึ้นโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน
3. น้ำตาลในเลือดสูง การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดมากเกินไป (Hyperglycemia) ซึ่งอาจเกิดได้ในระยะเริ่มต้นโรคหรือในระยะที่สามารถควบคุมได้ รวมถึงอาจสังเกตได้จากอาการเมื่อมีการตรวจโลหิต
4. อาการเสี่ยงต่อการเจ็บปวดหรือบาดเจ็บ เช่น แผลที่ยากจะหายของผิวหนัง แผลบนเท้า ที่อาจเกิดขึ้นจากการเสื่อมสภาพของเส้นเลือดและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่ไม่ดี
5. ภาวะเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งอาจมีอาการเหนื่อยหอบหอบหรือเจ็บหน้าอกได้
หากมีความสงสัยหรือมีอาการข้างต้น ควรพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อการประเมินและการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมในขั้นตอนต่อไป
1. เกิดอาการกระหายน้ำมาก อาการเจ็บปวดท้องหรือคลื่นไส้ ร่วมกับการกระหายน้ำมาก ผู้ป่วยอาจต้องการดื่มน้ำมากขึ้นและเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น
2. รู้สึกหิวมากและกินมากขึ้น ผู้ป่วยอาจรู้สึกหิวมากขึ้น และมีการบริโภคอาหารมากขึ้นโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน
3. น้ำตาลในเลือดสูง การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดมากเกินไป (Hyperglycemia) ซึ่งอาจเกิดได้ในระยะเริ่มต้นโรคหรือในระยะที่สามารถควบคุมได้ รวมถึงอาจสังเกตได้จากอาการเมื่อมีการตรวจโลหิต
4. อาการเสี่ยงต่อการเจ็บปวดหรือบาดเจ็บ เช่น แผลที่ยากจะหายของผิวหนัง แผลบนเท้า ที่อาจเกิดขึ้นจากการเสื่อมสภาพของเส้นเลือดและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่ไม่ดี
5. ภาวะเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งอาจมีอาการเหนื่อยหอบหอบหรือเจ็บหน้าอกได้
หากมีความสงสัยหรือมีอาการข้างต้น ควรพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อการประเมินและการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมในขั้นตอนต่อไป
